แนะนำเว็บดูหนังดีๆ บอกเลยฟินได้ทั้งวัน!!

ใครกำลังหาเว็บ หนังออนไลน์ ดีๆดูอยู่ละก็ วันนี้เราจะมาแนะนำเว็บดูหนังออนไลน์ที่บอกเลยว่าดูแล้วฟินได้ทั้งวัน ดูเวลาไหนก็สนุก ไม่ต้องตากแดดตากลมไปข้างนอกเพื่อไปดูในโรง การดูเว็บหนังดีๆมันจะทำให้การดูหนังนั้นสนุกและได้บรรยากาศดีมากขึ้น ไม่มีใครอยากจะดูในเว็บที่มันไม่ชัดหรือเสียงไม่ดีหรอกใช่ไหมค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำเว็บหนังดีๆที่คุณจะต้องมีติดเครื่องไว้แล้ว มาดูกันเลย
1 | Netflix
คิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้วไม่มากก็น้อย Netflix นั้นเป็นผู้ให้บริการภาพยนตร์และซีรีส์ทางอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ระดับโลก เป็นเบอร์หนึ่งในสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้ ความโดดเด่นของเว็บนี้เลยก็คือการสร้าง Content แบบ Original เป็นของตัวเอง การให้งบประมาณแก่คนทำหนังซีรีย์และสารคดีต่างๆ นำมาสร้างเป็น Content ในประเทศของตัวเองขึ้นมาภายใต้แบรนด์ของ netflix
เพราะแบบนี้ในเว็บนี้จึงมี ซีรีส์ หนังสั้น และหนังรูปแบบอื่นๆมากมาย มีเยอะมากๆซึ่งทำให้เพื่อนๆรู้สึกไม่เบื่อ แต่ข้อเสียที่เพื่อนๆอาจจะไม่ชอบเลยก็คือ หนังในเว็บนี้ส่วนมากจะเป็นหนังเก่าซึ่งหลังจากไข้ใหญ่ๆก็ไม่ค่อยมีให้ดูมากเท่าไหร่ในนี้
ค่าบริการ
– 280 บาท รับชมได้ทีละเครื่อง ความละเอียดระดับ SD
– 350 บาท รับชมได้พร้อมกัน 2 เครื่อง ความละเอียดระดับ HD
– 420 บาท รับชมได้พร้อมกัน 4 เครื่องความละเอียดสูงสุด Ultra HD 4K
2 | iFlix
ในเว็บนี้สำหรับสายซีรีส์รับรองว่าจะต้องชื่นชอบแน่ๆ เพราะมีซีรีย์แบบจุกใจแบบมีให้ดูเยอะที่สุดในบรรดาทุกเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซีรีย์เก่าๆหรือซีรีย์ที่พึ่งมาใหม่อีกทั้งยังมีให้เลือกดูแบบหลายสัญชาติอีกด้วย หนังไทยก็จะมีแต่ส่วนมากในเว็บนั้นจะเน้นไปทางหนังฮอลลีวูดเก่าๆมากกว่าหรือเป็นหนังดังที่ได้รับรางวัลมาแล้ว
ค่าบริการ
– รายเดือน เดือนละ 100 บาท รับชมพร้อมกันได้ 5 เครื่อง
– รายปี ปีละ 1,000 บาท รับชมพร้อมกันได้ 5 เครื่อง
3 | HOOQ
เป็นบริการน้องใหม่จากค่าย AIS เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน จุดเด่นของเว็บนี้เลยก็คืออยู่ที่ หนังไทย รายการทีวี ซีรีส์ ซิทคอมไทย ที่มีให้ดูเยอะมากๆไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ หรือหนังต่างประเทศก็จะมีอยู่เยอะพอสมควร
ค่าบริการ
– แบบสัปดาห์ละ 49 บาท
– แบบเดือนละ 119 บาท
– แบบ3 เดือน 300 บาท
– แบบปีละ 1,069 บาท
– แบบตั๋วเช่าใบละ 75 บาท (2 ใบ 100 บาท)
เป็นยังไงกันบ้างคะเว็บดูหนังดีๆที่เราแนะนำไปนั้น หวังว่าจะถูกใจทุกคนกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น คอหนัง คอซีรี หรือ คอละครซิทคอมก็ตาม ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินในการเข้ารับชมก็ตามแต่บอกเลยว่ามันคุ้มค่ามากๆสำหรับคนที่ชอบดูหนังบ่อยๆ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบสิ่งที่เราได้นำเสนอไปนี้ ขอให้ทุกคนดูหนังอย่างมีความสุขและฟินได้ทั้งวัน

หนังดี จุดไฟ!สร้างแรงบัลดาลใจ ให้กับผู้ประกอบการได้

การดู หนังแอคชั่นมันๆ ถือเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลายๆคน แต่ก็ไม่ใช่หนังทุกเรื่องที่ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะแต่ละคนนั้นก็ชอบหนังแต่ละแนวไม่เหมือนกัน อีกทั้งมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเลือกชมหนังเรื่องนั้น แต่ถ้าหากจะให้พูดถึงเงินมุมในการชมหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้ประกอบการ ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือหมดไฟอยู่ เราก็มีหนังดีๆที่สามารถให้ข้อคิดและจุดไฟของคุณขึ้นมาได้อีกครั้ง
Pirates of Silicon Valley
(1999)
ในโลกธุรกิจคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “บิล เกต และ สตีฟ จ๊อบ” เพราะทั้งคู่ได้เปรียบเป็นเจ้าพ่อวงการแห่งไอที ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้ถูกสร้างขึ้นจากวิกฤตช่วงเวลาที่อาจเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ ในเนื้อเรื่องนั้นจะกล่าวถึงจ๊อบและเพื่อนสนิทของเขาที่ได้ก่อตั้งและสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกขึ้นมา ภายใต้ชื่อแบรนด์ Apple
ในขณะนั้นเกตส์ เจรจาขายโปรแกรม Dos ให้กับ IBM แต่เขาไม่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้ทันเวลา จึงได้ซื้อโปรแกรมจากบริษัทแห่งหนึ่งในราคากว่า 500 ดอลลาร์และเอามาขายต่อในราคาที่สูงกว่า จึงสามารถทำรายได้ให้กับเขาอย่างมหาศาล แต่ต่อมาเขาก็ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อที่จะขโมยไอเดียของจ๊อบ โดยได้ติดต่อเสนอทำโปรแกรมให้แต่มีเงื่อนไขว่าให้เขานำ Mc ต้นแบบกลับไปด้วย ไว้ใจทำให้จ๊อบต้องออกจากบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
แต่ท้ายที่สุดแล้วจ๊อบก็ได้คืนตำแหน่งผู้บริหาร Apple อีกครั้ง จากการสนับสนุนทางการเงินของบิล เกตส์ นั่นเอง
The Pursuit of Happyness
(2006)
เป็นภาพยนตร์ที่ทำมาจากเรื่องจริงของ คริส การ์ดเนอร์ ด้วยความล้มเหลวซ้ำซ้อนจากการทำธุรกิจ ทำให้ครอบครัวและเขาต้องเผชิญกับความลำบากด้านการเงิน ภรรยาของเขาก็ได้ตัดสินใจทิ้งเขาและลูกชายไว้ 5 ปีไป การ์ดเนอร์จึงต้องทำหน้าที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวและทำทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงตนและลูกชาย
แล้วเมื่อถึงวันที่ไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักเขาก็ได้กลายเป็นคนไร้บ้านนอนตามที่ต่างๆด้วยความยากลำบาก จนวันหนึ่งเขาได้ทำงานเป็นโจ๊กเกอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เขาจึงได้พยายามอย่างหนักและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนทำให้เขากลายเป็นสุดยอดนักขายระดับตำนานของอเมริกา โดยมีวลีเด็ดของการ์ดเนอร์ “ถ้ามีความฝัน จงรักษามันไว้”
The Social Network
(2010)
ตอนนี้คงไม่มีใครรู้จักผู้ก่อตั้ง Facebook นั่นก็คือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง The Accidental Billionaires ที่ได้เล่าเรื่องความสำเร็จในชีวิตของมาร์กที่กว่าจะประสบความสำเร็จได้ถึงทุกวันนี้ ถึงแม้มาร์กตัวจริงจะออกมาพูดว่าหลายอย่างในภาพยนตร์ถูกบิดเบือนจากความจริงไปเยอะ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอเรื่องราวผ่านการสนทนาของตัวละครในแง่มุมต่างๆ ในการกระทำและความคิดต่างๆที่อาจไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่ได้ร้ายกาจจนน่ารังเกียจ จึงทำให้คุณได้เห็นถึงความหักหลังและโลกของธุรกิจที่ต้องชิงไหวพริบในการสร้างผลงานออกมา
The Wolf of Wall Street
(2013)
ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะทำให้คุณเห็นถึงความฟุ่มเฟือยและบ้าระห่ำสุดๆ เพราะเนื้อเรื่องได้นำเสนอความร่ำรวยของคนคนหนึ่งที่มีฉายาว่า หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท เขาเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยจากการเป็นโปรเกอร์ ที่สามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
แน่นอนว่าการจะรวยมาถึงจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องล้มลุกคลุกคลาน และนั่นเพราะความมีพรสวรรค์และความฉลาดเกมส์โกงของเขา จึงหลอกใช้คนมากมายเพื่อสร้างสะพานให้ไปเดินจุดสูงสุด ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแสดงให้เห็นถึงการทำธุรกิจที่ไม่สุจริตหรือไม่เคารพและให้เกียรติคนที่เคยร่วมงานกันมาก่อน ถึงแม้ว่าจะรวยแต่สุดท้ายแล้วก็จะไม่เหลืออะไรเลย

4 หนังนิทาน ที่ได้สร้างตำนานในรูปแบบใหม่ บนภาพยนตร์

มี หนังออนไลน์มันๆ หรือภาพยนตร์หลายเรื่อง ทีได้สร้างมาจากนิทานพื้นบ้าน วันนี้เราจะมาแนะนำภาพยนตร์ที่มาจากนิทานและได้กลายเป็นตำนานในรูปแบบใหม่ กับ 4 หนังนิทาน ที่ได้สร้างตำนานในรูปแบบใหม่บนภาพยนตร์
1 : Maleficent
เป็นภาพยนตร์ที่ได้นำเรื่องราวของเจ้าหญิงนิทรามาเรียบเรียงใหม่ โดยการถ่ายทอดผ่านมุมของ “มาลิฟิเซนต์” ที่ใครๆก็ต่างขนานนามว่าเป็นแม่มดตัวร้ายใครๆก็พากันต่างไม่ชอบตัวละครนี้ การทำเป็นหนังนั้นจะมาบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของแม่มดคนนี้ ตั้งแต่เริ่มแรกจนปัจจุบันว่าทำไมนางถึงเต็มไปด้วยความชั่วร้ายในสายตาทุกคน แล้วทำไมเธอจะต้องเกลียดแค้น เป็นบางครั้งดูไปดูมาก็รู้สึกว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวร้าย
2 : Jack The Giant Slayer
เรื่องนี้ได้อ้างอิงมาจากตำนานของแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ที่เราคุ้นหูกันในเรื่องราวของเม็ดถั่วที่โดนน้ำและโตขึ้นไปถึงบนท้องฟ้า เรื่องนี้เขาจะนำมาเรียบเรียงและจัดแต่งใหม่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น โดยพระเอกหนุ่มที่แสนจะธรรมดามีอาชีพรับจ้างทำไร่นา แต่แล้ววันหนึ่งก็ได้พบกับเส้นทางเข้าสู่ดินแดนของยักษ์โดยเข้าบังเอิญ แล้วสงครามระหว่างคนกับยักษ์ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเขาถูกบังคับให้ต้องต่อสู้กับเหล่ายักษ์โดยที่ใจไม่ได้อยากทำ แต่ก็ต้องทำเพื่อปกป้องชีวิตตัวเองและคนที่ตัวเองรัก
3 : Hansel and Gretel
ตำนานของเด็กหญิงและเด็กชายสองพี่น้องที่โดนพ่อทิ้งไว้กลางป่า “บ้านขนมหวาน” ที่บอกเลยว่าในเวอร์ชั่นแนวภาพยนตร์นั้นไม่มีคำว่าอ่อนโยนและอ่อนแอ เพราะทั้งสองพี่น้องในเรื่องนี้บู๊แหลก ใจเด็ด ฆ่าไม่ยั้ง แล้วแน่นอนว่า….แม่มดที่กินคนในหมู่บ้านที่ทำจากขนมหวานก็ยังมีในหนังเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถึงแม้เนื้อเรื่องอาจจะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่เรื่องของคาแรคเตอร์ตัวละครนั้นแตกต่างจากนิทานมากอยู่เลยทีเดียว
4 : Alice in Wonderland
อลิซดินแดนมหัศจรรย์ เป็นเรื่องราวของสาวน้อยที่จู่ๆก็หายเข้าไปในโพรงกระต่าย แล้วโทรออกมาในโลกของแฟนตาซีที่คาดไม่ถึง ในเนื้อเรื่องจะพูดถึงอลิสในช่วงวัย 19 ปี ที่ดูภายนอกแล้วอาจจะเหมือนหญิงสาวธรรมดาที่น่ารักอ้อนแอ้น แต่บอกเลยว่าข้างในของเธอนั้นมีวิญญาณของนักสู้ซ่อนอยู่ ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะคล้ายๆกับนิทานคลาสสิค แต่กลับเต็มไปด้วยความแปลกใหม่และความแฟนตาซีในแบบที่ตื่นตาตื่นใจเอามากๆ
เชื่อได้ว่าทั้ง 4 เรื่องนี้คนที่ชอบดูหนังนิทานหรือภาพยนตร์เทพนิยายแฟนตาซีแบบนี้อยู่แล้ว คงจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง แล้วไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิทานก็ตามจะยุคไหนก็ตามแต่ ในทุกๆเรื่องราวเหล่านั้นก็มักจะมีคำสอนดีๆเข้ามาสอดแทรกอยู่เสมอ

แนะนำ 5 หนังล้อเลียน ยำเละ!บอกเลยฮากระจาย

หนังล้อเลียนที่เป็น ดูหนังออนไลน์ แนวหนึ่ง เป็นแนวหนังที่ได้รับความนิยมไม่แพ้จากแนวอื่นๆ ซึ่งในการทำการสร้างภาพยนตร์แนวนี้ ผู้กำกับจะจับกระแสไม่ว่าเหตุการณ์ดังหรือหนังที่ถูกพูดถึงในเวลานั้นมาล้อเลียน ส่วนมากเอามาล้อเลียนโดยไม่เน้นเรื่องราว เพราะเป็นการยำเละของหนังเรื่องนึงให้ออกมาตลกโปกฮาแบบสุดๆ
เอาล่ะ! วันนี้เราจะพามาดู 5 หนังล้อเลียนที่ฮากระจาย ไปดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
5 | Airplane (1980)
เป็นหนังล้อเลียนที่จุดประกายให้หนังแนวนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น เรื่องนี้ได้ล้อเลียนหนังแนวโลกอนาคตที่กำลังจะได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น เนื้อเรื่องจะเป็นเกี่ยวกับเที่ยวบินที่จะต้องเจอหายนะจากอาหารเป็นพิษ! ทำให้นักบินและคนอื่นๆจะต้องหาทางช่วยชีวิตผู้โดยสารให้ปลอดภัย ในเนื้อเรื่องนั้นมีฉากล้อเลียนจากหนังดังแนวหายนะเยอะมากๆ บอกเลยว่าจะพลาดไม่ได้
4 | Austin Powers (1997)
เป็นเรื่องที่ล้อเลียนสายลับชื่อดังแบบเต็มๆ ในเรื่องนั้นสายลับที่ทางอังกฤษมอบภารกิจให้ปกป้องโลกจากแผนการร้ายของ ดร.ผู้ชั่วร้าย ซึ่งเรื่องนี้ได้ล้อเลียนหนังสายลับชื่อดังได้แบบครบเครื่องตั้งแต่ตัวเอกจนถึงตัวร้ายเลยทีเดียว ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนมีต่ออีก 2 ภาคด้วย
3 | Superhero Movie (2007)
เนื้อเรื่องได้ล้อเลียนซุปเปอร์ฮีโร่ที่ถ้าหากดูดีๆนี่มันคือไอ้แมงมุมชัดๆ ในเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจอมซุ่มซ่ามที่เกิดอุบัติเหตุโดนแมลงปอในห้องวิทยาศาสตร์กัด จุงทำให้เขามีพลังวิเศษว่าจะเป็นการไต่กำแพงตึกหรือประสาทสัมผัสที่ไวกว่าคนอื่น เขาจึงได้ทำชุดนักดาบอธรรมภายใต้หน้ากากสีเขียวโดยใช้ชื่อว่า ไอแมงปอแมน
2 | Spaceballs (1987)
เป็นหนังล้อเลียนจักรวาลอย่าง สตาร์วอร์ ที่ถ่ายเรื่องราวของภาคแรกเป็นเกณฑ์หลักของเรื่อง เรื่องราวที่เหลือก็จะมีการคล้ายคลึงกันนิดหน่อยแต่ที่แน่ๆมีการล้อเลียนแบบจัดหนักจัดเต็มในเรื่องนี้เลยทีเดียว แต่น่าเสียดายไปหน่อยที่นั่งนั้นได้สร้างในช่วงสตาร์วอร์กำลังจะดัง แต่เวลาผ่านไปก็กลายเป็นหนังที่ยังมีคนพูดถึงอยู่
1 | หนังชุด Scary Movie
ถ้าจะให้พูดถึงที่สุดของหนังล้อเลียนแบบฮากระจายแล้วก็…คงต้องยกให้กับ Scary Movie นี่เลย ที่เดิมในเรื่องนี้ต้องการจะสร้างหนังล้อเลียนหนังสยองขวัญอย่าง Scream โดยมีการยำหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆลงไปด้วย ซึ่งพอหลังจากการเข้าฉายก็กลายเป็นหนังล้อเลียนที่ประสบความสำเร็จมากๆ เลยทำให้มีภาคต่อมาเรื่อยๆ บอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ตลกและยำเละมากจริงๆ

7 หนังแอนิเมชั่น ที่ได้ข้อคิดในการใช้ชีวิต

หลายครั้งที่เราอยากจะหนีออกจากความเป็นจริง แล้วหันเข้าสู่โลกของแอนิเมชั่นหรือ ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง แทน… เพื่อนๆรู้ไหมว่าในหนังแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับโลกของเราไว้มากมาย ไม่ว่าจจะเป็นการให้แง่คิด การรณรงค์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่แอนิเมได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวภาพที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยแง่คิดต่างให้เราได้นำกลับไปคิด
วันนี้เราจึงรวมแอนิเมชั่นที่สะท้อนสังคม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต ที่ให้แง่คิดกับผู้ชม มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนกันบ้าง…
1 : The Lion King (1994)
ระยะเวลา : 89 นาที
เป็นเรืองราวที่เกี่ยวเหล่าสิงโต ที่ตัวดำเนินเรื่องเป็นลูกของสิงโตตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Simba ที่ภายในภาคหน้านั้น เค้าจะกลายเป็นราชาของสรรพสัตว์ และด้วยความซนและอยากรู้อยากเห็นของสิงโตตัวน้อยนี้ ก็กลายเป็นความเดือดร้อนที่จะต้องสูญเสียพ่อตัวเองไป
2 : Toy Story 3 (2010)
ระยะเวลา : 103 นาที
เชื่อว่าหลายคนก็โตมาพร้อมกับเรื่องนี้ ซึ่งในภาคนี้จะเป็นภาคต่อเมื่อของเล่นได้ถูกส่งไปผิดบ้าน แล้วดันไปอยู่ห้องใต้หลังคาของศูยน์เด็กเล็ก ทำให้ Woody และเหล่าเพื่อนๆของเล่น จะต้องงทำภารกิจในการกลับถึงบ้านให้ได้ก่อนที่ Andy จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย
3 : WALL·E (2008)
ระยะเวลา : 98 นาที
เป็นเรื่องของโลกที่ล่มสลายไปแล้วโดยที่…มนุษย์เป็นคนที่ค่อยๆทำลายโลกของตัวเอง แล้วก็ได้ย้ายไปอยู่บนอวกาศ โดยสิ่งมีหุ่นยนต์เก็บขยะเล็กๆอยู่บนโลกเพียงลำพัง แต่จุดเปลี่ยนแปลงก็ได้มาถึง อีกทั้งหุ่นตัวนี้ก็ยังเป็นหุ่นที่ตัดสินชะตากรรมของโลกอีกด้วย
4 : Up (2009)
ระยะเวลา : 96 นาที
เป็นเรื่องราวการเดินทางของคุณปู่ Carl ที่ติดลูกโป่งเต็มบ้าน เพื่อที่จะทำตามความฝันของภรรยาที่เสียชีวิตไป แต่แล้วในการทำแบบนั้น…ก็ทำให้ชีวิตของปู้นั้นนเปลี่ยนไป และการเริ่มผจญภัยก็ได้รเริ่มต้นขึ้น
5 : How to Train Your Dragon (2010)
ระยะเวลา : 98 นาที
เมื่อเด็กหนุ่มชาวไวกิ้งที่ดูเหมือนจะไม่มีความไวกิ้งในตัวเอง จะต้องล่ามังกรเพื่อพิสูจน์ความเข้มแข็งของตัวเองเพื่ออยากให้ผู้เป็นพ่อได้ภูมิใจ และอยากให้สาวที่ตัวเองชชอบยอมรับ จนได้ไปพบกับมังกรหายากเข้าตัวหนึ่ง เขาจึงได้รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่ามังกร และอยากจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด
6 : Monsters, Inc. (2001)
ระยะเวลา : 92 นาที
เมื่อพลังของมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาด ขึ้นอยู่กับการตกใจกลัวหรือเสียงกริ๊ดของเด็กๆ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กๆเหล่านนั้นกลับไม่กลัวหรือตกใจกลัว มอสเตอร์ 2 ตัวเอกในเนื้อเรื่องเลย งานนี้ งานเข้าพวกเขา จึงจะต้องหาทางทำให้เด็กกลัวให้ได้
7 : Beauty and the Beast (1991)
ระยะเวลา : 84 นาที
เมื่อ เบลล์ ได้รู้ว่าพ่อของเธอได้ถูกอสูรที่อยุ่ในปราสาทจับตัวไว้ เธอจึงจะต้องเข้าไปช่วยพ่อของเธอให้ได้ และแล้วชีวิตเธอก็ได้เปลี่ยนไปเเมื่อได้พบกับอสูรตนนี้ อีกทั้งเธอก็ไม่รู้เลยว่าอสูรนั้นแท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายรูปงามที่ถูกสาปซ่อนอยู่

แนะนำเว็บดูหนังออนไลน์ ฟรี ดูช่วงกักตัวโควิด 19

ช่วงนี้ไวรัสโควิดกำลังระบาดหนัก ทำให้หลายๆ ประเทศถึงขั้นปิดประเทศกันเลยทีเดียว และประเทศไทยเองก็ได้มีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ประชาชนตาดำๆ อย่างเราๆ ทำตัวลำบากกันเลยทีเดียว จะออกบ้านก็กลัวติดเชื้อโรคร้ายนี้

วันนี้แอดมินเลยขอนำเสนอสื่อบันเทิงเพื่อคลายเหงาช่วงกักตัวเองอยู่บ้าน หรือทำงานกันที่บ้าน Work From Home โดยขอแนะนำ ดูหนังออนไลน์ เว็บฟรี ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง ผ่านเว็บ www.moviedoofree.com >> คลิ๊ก

ซึ่งที่เว็บ Moviedoofree.com นั้นมีหนังใหม่มากๆ แบบหนังใหม่ชนโรงเลย เยอะมากเลย และโดยเฉพาะหนังซีรี่ย์เกาหลี ปกติแอดมินจะดูผ่าน NetFlix ซึ่งมันต้องเสียเงิน พอใช้บริการเว็บนี้แล้วหมดปัญหาเลย และอีกอย่างหนังเยอะมาก ดูจุใจเลยทีเดียว

เอาเป็นว่าใครยังไม่รู้จะทำอะไร แอดมินแนะนำให้ลองใช้บริการเว็บดูหนังออนไลน์นี้ดู ซึ่งตอนนี้ไม่มีโฆษณามากวนใจเหมือนเว็บอื่นๆ ก็ให้ไวเลย เก็บลิสต์ แล้วอย่าลืมแชร์เพื่อนๆ ชวนเพื่อนๆ มาดูหนังจากเว็บนี้กันเด้อ

6 หนังไล่ล่า ดราม่า วางแผน แหกคุก! ที่ไม่ควรพลาด

ใครที่ชื่นชอบหนังแนวนี้ หนังชนโรง แนวแหกคุกที่เป็นการผสมผสานความดรามา ความมันส์ และมันสมอง วันนี้เราจะมาแนะนำหนังแนวแหกคุกกัน 6 เรื่อง ที่การันตีเลยว่าสมจริงและเจ๋งโคตรๆ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีหนังเรื่องอะไรบ้างที่คุณไม่ควรพลาดในแนวนี้
1 | Escape Plan (2013)
“เรย์ เบรสลิน” เป็นสุดยอดนะหาจุดอ่อนของคุกด้วยการไปอยู่เรือนจำและต้องแหกคุกออกมา แต่แล้วเขาก็ถูกท้าทายด้วยการไปสำรวจพบแห่งใหม่ ที่มั่นใจว่ามีระบบความรักษาความปลอดภัยขั้นเทพที่การันตีว่าไม่มีใครสามารถแหกคุกออกมาได้ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เค้าจะต้องทำการแหกคุกออกมาจากนรกแห่งนี้
2 | The Escapist (2002)
คุกในเรื่องนี้เป็นอะไรที่แขกง่ายที่สุดแรงบันดาลหลายๆเรื่อง ก็แหม…เล่นเข้าออกซะเป็นบ้านตัวเองเลย ในเรื่องนั้นจริงๆจะเป็นแนวล้างแค้น เพราะมีอาชญากรบุกเข้าปล้นบ้านและฆ่าภรรยาของเขาทั้งที่กำลังท้องอยู่ ร้านแบบนี้เขาจึงได้ลงทุนหาทางติดคุกเพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายและฆ่าทิ้งซะ!
3 | The Last Castle (2001)
หนังเรื่องเล่าถึง “นายพลเออร์วิน” นายพลที่ยอมรับผิดว่าได้นำกองทัพไปตายจำนวน 8 คน เขาจึงต้องมารับโทษในเรือนจำทหาร และได้เห็นการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสมของพัศดีทีละนิดในทุกๆวัน และนั่นเขาจึงได้เริ่มสร้างและวางแผนให้หมูนักโทษและทหารด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างความยุติธรรมครั้งใหม่
4 | The Way Back (2010)
เนื้อเรื่องตั้งมาจากเรื่องจริงของกลุ่มคนที่หลบหนีจากไซบีเรียจนมาถึงอินเดีย ซึ่งตลอดการเดินทางนั้นเป็นการเดินทางที่ทรหดทั้ง ผ่านร้อน ผ่านหนาว มามากกว่า 4,000 ไมล์ และหนังเรื่องนี้ก็ได้พูดถึงปลายทางที่เป็นความหวังของพวกเขาเหล่านี้ ที่การเดินทางไกลของเขานั้น มีอุปสรรคมากมาย และแน่นอนว่าในโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเสมอ
5 | Anything for Her (2008)
“ลิซ่า” ได้ถูกจับข้อหาฆาตกรรมที่เธอไม่ได้ก่อขึ้น เพราะหลักฐานทุกอย่างมันมัดตัวเธอและชี้มาที่เธอเพียงคนเดียว นั่นจึงทำให้เธอถูกลงโทษด้วยการจำคุก 20 ปี สามีของเธอจึงเลือกที่จะวางแผนเพื่อพาเธอแหกคุก หนีไปต่างประเทศพร้อมกับลูกน้อย
6 | The Next Three Days (2010)
เป็นอีกเรื่องที่สามีเป็นคนวางแผนพาภรรยาแหกคุก ในเรื่องนี้นั้นการแหกคุกในตัวหนังทำได้ดูสมจริงและน่าเชื่อถือมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “จอห์น” ที่จะต้องวางแผนช่วยเหลือ “ลาล่า” ออกจากคุกเพื่อหนีไปต่างประเทศให้ได้ ซึ่งเขาจะทำได้หรือไม่ก็ต้องลองไปติดตามชมดู

6 หนังรักวัยรุ่น high school ที่ต้องไม่พลาดดู

ใครๆก็ชื่นชอบในการดู ดูหนังออนไลน์ เป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นหนังรักวัยรุ่นฝรั่งที่ดูแล้วรู้สึกเบาสมองและอิ่มใจ และหนังวัยรุ่นฝรั่ง Hollywood มันก็จะมีวัฒนธรรมแตกต่างจากบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นงานปาร์ตี้บ้านเพื่อน งานพรอมก่อนจบการศึกษา ที่จะมีความสนุกเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนสนิท มีรักแรกมีเรื่องราวที่ทำให้วัยรุ่นทุกคนได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงการขัดแย้งและการเป็นวัยต่อต้านครอบครัว
“ วันนี้เราจึงนำหนังรักวัยรุ่น 6 เรื่องที่บอกเลยว่าไม่ควรจะพลาดดูอย่างยิ่ง! ”
1 : Mean Girls (2004)
เป็นอีกหนึ่งเรื่อง…ที่เป็นหนังรักวัยรุ่นที่ได้ตรึงใจในหัวใจของผู้ชมได้ตลอดกาล เรื่องราวนั้นพูดถึง “เคดี้” ที่พึ่งเคยเข้าสังคมโรงเรียนเป็นครั้งแรก เธอได้บังเอิญได้เจอกับแก๊งสาวฮอตประจำโรงเรียนซึ่งมีควีนประจำกลุ่มนั่นก็คือ เรจิน่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เมื่อเรจิน่ารู้ว่าเคดี้แอบชอบแฟนเก่าของเธอ เธอจึงทำการแย่งแฟนเก่าคืน เพราะแบบนี้เคดี้จึงได้เริ่มแผนการแก้แค้นขึ้นทันที!
2 : You Are the Apple of My Eye (2011)
“เกอ จิงเถิง” ในวัยมัธยมปลายของเขานั้นเป็นเด็กที่ไม่เอาไหนประจำห้อง แต่แล้วชีวิตเขาก็ได้เปลี่ยนไป…เมื่อถูกอาจารย์ลงโทษให้ไปนั่งหน้า เฉิน เชียยี่ นักเรียนสาวดีเด่นสุดป๊อปของห้องเรียนแห่งนี้ ความช่วยเหลือครั้งหนึ่งของเขาที่เคบให้เธอยืมหนังสือเรียน ทำให้เธออาสาที่จะมาเป็นติวเตอร์ให้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนตอบแทน แล้วความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
3 : Easy A (2010)
การปฏิเสธเพื่อนในครั้งเดียวเพราะไม่อยากไปแคมป์กับเพื่อนสนิท จะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปได้! เมื่อสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ยังเวอร์จิ้นแต่ดันไปโกหกเพื่อนว่าตัวเองเสียซิงเรียบร้อยแล้ว จากการบอกเพื่อนแบบนั้นก็ได้กลายเป็นข่าวลือซุบซิบไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องต่อไปนี้จะเป็นอย่างไรต้องไปดูกัน
4 : Paper Towns (2015)
คิว หนุ่มที่ตกหลุมรัก มาร์โก้ มาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นทั้งคู่ก็เริ่มห่างไม่ได้คุยกันทั้งที่บ้านก็อยู่ตรงข้าม แต่ถึงอย่างนั้นคิวก็ยังมองเธออย่างชื่นชมและรักเธอมาโดยตลอด ไม่ต่างจากที่ทั้งโรงเรียนจะมองว่าเธอเป็นสาวสุดฮอต เรื่องราวเกิดจากคืนหนึ่ง…ที่เธอได้เริ่มกลับมาคุยกับเขาโดยการชวนไปล้างแค้นกลุ่มเพื่อนสนิทและแฟนเก่าที่นอกใจ
5 : Lady Bird (2017)
เด็กสาววัยแรกรุ่นอายุ 17 ปี คริสติน ที่เติบโตมาในครอบครัวฐานะที่ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ ในบ้านที่มีห้องน้ำเพียงห้องเดียวอีกทั้งเธอยังต้องขอทุนเรียนต่อเองด้วย ชีวิตวัยรุ่นของเธอก็เหมือนคนอื่นๆที่ต้องเจอเรื่องราวมากมายในช่วง ม.ปลาย ทั้งการเตรียมตัวเรียนต่อมหาวิทยาลัย การหากิจกรรมเสริม ความสัมพันธ์ทั้งคนรัก และการต่อต้านครอบครัว
6 : Juno (2007)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นสาวคนนึงที่พลาดท้องในวัยเรียน เป็นหนังที่ดูจะดราม่าแต่ไม่ได้ยัดเยียดความดันหรือฟูมฟาย แต่เป็นการมองโลกไปข้างหน้าในการใช้ชีวิตอย่างยอมรับความเป็นจริง ในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวัยรุ่นสาวได้รับมือกับการตั้งท้องที่ได้พลาดไป บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้มีมุมจิกกัดที่ยังทำให้แอบอมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง

หนังน่าดู น่าจับตามอง ในปี 2020!

ในปีที่ผ่านๆมาก็มี ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง หนังภาพยนต์หลายเรื่องที่น่าดูน่าจับตามองมากมาย ที่ทำรายสถิติภาพยนตร์รายได้สูงสุดอย่างในปี 2019 Avengers : Endgame คงไม่มีที่คิดว่าจะกลายเป็นภาพยนตร์ที่ร้างปรากฎการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก
ในปีนี้ 2020 ก็มีหนังมากมายหลายเรื่องที่จะทำให้เราประทับใจ และคาดหวังไว้หลายเรื่องที่จะนำมาฉายในปีนี้ เรามาดูกันว่าปีนี้มีหนังเรื่องไหนบ้างที่น่าจับตามอง….
1 | Mulan
จะเข้าฉาย : 26 มีนาคม 2020
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่ง ที่ต้องปลอมเป็นชายเพื่อไปรบแทนพ่อที่แก่ชรา หนังเรื่องนี้ได้ดัดแปลงจากแอนิมชั่นของปี 1998 ซึ่งมู่หลานในนเว่อร์ชั่นนี้จจะเป็นคนแสดง โดยรับบทโดย หลิว อี้เฟย พร้อมนักแสดงฝีมือดีอย่าง เจ็ต ลี และดอนนี่ เยน
ถึงแม้ในต้นฉบับอาจจะมาจากแอนิเมชั่น แต่ก็ไม่ได้สร้างออกแนวมิวสิคอลอยย่างงที่หลายคนอาจจะคิด หรือแม่กระทั่งมังกรน้อยในเวอร์ชั่นแอนิเม มังกรมูซู ที่จะมาในรูปแบบตีความใหม่ ซึ่ในเรื่องนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากอยู่เหมือนกัน อีกทั้งในเรื่องของนักแสดง หลิว อี้เฟย ที่หลายคนมองว่าไม่เหมาะสมที่จะมาแสดงเป็นมู่หลาน ทั้งทีก็ยังไม่ได้เห็นว่าจะแสดงออกมาเป็นยังไง ก็คงต้องติดตามกันละคะ
2 | No Time to Die
จะเข้าฉาย : 9 เมษายน 2020
จะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในฐานะสายลับ James Bond 007 ที่ในภาคนี้หนังจะเล่าถึงเรื่องราวของสายลับที่เกษียณตัวเองได้ไม่นาน ก็ได้ถูกคำขอร้องจากเพื่อนให้ช่วยปฏิบัติภารกิจในการตามล่าวายร้าย ที่มีพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ในหนังยังมีนักแสดงออสการ์อย่าง “คริส ทอฟ วัลซ์” จากในภาคก่อนด้วย อีกทั้งยังมี “รามิ มาเลก” มาแสดงเป็นตัวร้ายในภาคนี้อีกด้วย ใครที่แฟนหนังเรื่องนี้ก็ไม่ควรจะพลาดในการดูภาคนนี้เด็ดขาด!
3 | Black Widow
จะเข้าฉาย : 29 เมษายน 2020
“สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์เรื่อง Avengers เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ของเธอจะเป็นเหตุการณ์ระหว่างในภาพยนตร์เรื่อง Captain America : Civil War (2016) และ Avengers : Infinity War (2018) ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในจักรวาลของ Marvel มานานแต่ก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์เรื่องราวความเป็นไปของเธอเลย
ในหนังเรื่องนี้จะมาเล่าถึงเรื่องราวของเธอ ที่หลายคนอยากจะมองเห็นอยากรู้ว่าเธอเป็นนยังไง ทำอะไร และมาาจากไหน ต้องบอกเลยค่ะว่าถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่ใช้ตัวละครหลักในหลายเรื่อง แต่ก็เป็นตัวละครที่โดดเด่นอีกตัวหนึ่งที่หลายคนหลงรัก และนี้ก็เป็นหนังที่หลายคนรอคอยเป็นอย่างมาก
4 | Tenet
จะเข้าฉาย : 16 กรกฎาคม 2020
เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการจารกรรมระดับชาติ การเดิมทางข้ามเวลารวมถึงการวิวัฒนาการของมนุษย์ ที่ยังต้องข้องเกี่ยวกับการหยุดไม่ให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นผลงานใหม่ของ ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน
ต้องบอกว่าโนแลนเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่เป็นสุดยอดแห่งยุค มีหนังหลายๆเรื่องที่โนแลนทำที่ไม่สามารถคาดเดเรื่องราวได้แค่การรับชมตัวอย่าง ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก อีกทั้งแฟนๆก็ยังต่างรอคอยที่จะรับชม ว่าหนังนี้จะออกมาในรูปแบบไหน

วลีเด็ด!จากประโยคในหนัง ที่สร้างแรงบันดาลใจ

ต้องบอกว่า ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง หลายๆเรื่อง นอกจากจะสนุก และให้ความบันเทิงในต่างๆแล้ว ก็ยังช่วยสร้างแรงบัลดาลใจดีๆให้กับผู้ชมได้อีกด้วย แบบนี้ละหลายคนถึงชอบดูหนังกันมาก ในวันนี้เลยได้คัดประโยคเด็ดๆจากค่ายหนัง Marvel ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ…ให้กับคุณ
Iron Man
| Avengers: Endgame (2019)
“It’s not about how much we lost. It’s about how much we have left.”
ไม่เกี่ยวว่าเราจะสูญเสียไปเท่าไหร่ แต่มันอยู่ที่สิ่งที่เราเหลืออยู่ต่างหาก
Peter Quill
| Guardians of the Galaxy Vol.2 (2017)
“Sometimes, the thing you’ve been looking for your whole life is right there beside you all along.”บางครั้ง สิ่งที่เราตามหามาทั้งชีวิต ก็อยู่ข้างๆ เรามาโดยตลอด
Hank Pym
| ANT-MAN (2015)
“Second chances don’t come around all that often.”
โอกาสแก้ตัวไม่ได้มีมาบ่อยๆ
The Ancient One
| Doctor Strange (2016)
“Death is what gives life meaning. To know your days are numbered. Your time is short.”
ความตายทำให้การมีชีวิตอยู่มีความหมาย ยามใดที่รู้วันสิ้นสุดของชีวิต นานแค่ไหนก็สั้น
Steve Rogers
| Captain America : The Winter Soldier (2014)
“The price of freedom is high and it’s a price I’m willing to pay.”
อิสรภาพนั้นมีราคาแพง แต่มันเป็นราคาที่ผมยอมจ่าย
Aunt May
| Spider-Man : Homecoming (2017)
“You need to stop carrying the weight of the world on your shoulders.”
เธอต้องหยุดแบกโลกทั้งใบเอาไว้คนเดียวได้แล้วนะ
Odin
| Thor (2011)
“A wise king never seeks out war. But he must always be ready for it.”
กษัตริย์ที่ดีจะไม่เป็นผู้ริเริ่มสงคราม แต่พร้อมสู้เสมอเมื่อมีศึก
Okoye
| Black Panther (2018)
“Your heart is so full of hatred. You are not fit to be king.”
หัวใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่เหมาะที่จะเป็นราชา

Thanos
| Avengers : Infinity War (2018)
“I ignored my destiny once. I Can not do that again.”
ข้าเมินเฉยต่อชะตาลิขิตมาแล้วครั้งหนึ่ง และไม่อาจเมินเฉยได้อีก
Tony Stark
| Iron Man (2008)
“It’s an imperfect world, but it’s the only one we got.”
โลกเรามันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่มันก็เป็นโลกใบเดียวที่เรามีอยู่
และนี่ก็เป็นคำคมเด็ดๆจากภาพยนตร์ ส่วนตัวค่อนข้างชอบทุกประโยค เพราะอ่านแล้วก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาสู้ในต่อไปเลยทีเดียว แล้ว…อ่านแล้วคุณรู้สึกชอบประโยคไหนมากที่สุดเอ่ย?